บุ๋มปนัดดาดีใจ

บุ๋มปนัดดาดีใจ ที่สุด ขอบคุณผู้ใหญ่ฟังเสียงประชาชน เพิ่มโทษกฎหมายข่มขืน

Uncategorized

บุ๋มปนัดดาดีใจ ที่สุด ขอบคุณผู้ใหญ่ฟังเสียงประชาชน เพิ่มโทษกฎหมายข่มขืน

เดินหน้าให้ความช่วยเหลือ เด็ก สตรี และผู้สูงอายุมาตลอดหลายปี ในฐานะหัวเรือใหญ่ขององค์กรทำดี สำหรับ ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงสาวชื่อดังที่เคยออกตัวเรื่องการ “ข่มขืนเท่ากับประหาร” โดยล่าสุดเธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562 หมวดข่มขืน กลางงานแถลงข่าว การประกวดนางสาวไทย ปี 2562

ซึ่งเธอเผยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จที่เธอกับผู้หญิงหลายๆ คนต่อสู้และรอคอยกันมานาน จึงต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องที่รับฟังเสียงของประชาชนและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมออกปากจากนี้ตัวเธอเองก็ตั้งใจที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม รวมถึงเด็กและสตรีต่อไป เช่นเดียวกัน

บุ๋มปนัดดาดีใจ ที่สุด ขอบคุณผู้ใหญ่ฟังเสียงประชาชน เพิ่มโทษกฎหมายข่มขืน

ถามถึงเรื่องกฎหมายข่มขืนมีการเพิ่มโทษ ?
“แน่นอนค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่เราสู้มาตั้งแต่ปี 2557 นะคะ และเป็นจุดที่เราพยายามเป็นแกนนำในการนำเสียงของประชาชนให้กับผู้ใหญ่ได้ยิน ก็ต้องขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอบคุณรัฐบาลทุกชุด ที่สำคัญต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ฟังเสียงของประชาชน ฟังเสียงของพวกเรา ขอบคุณพี่ๆ ทางกฎหมายหลายๆ ท่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา พี่ๆ อัยการ หรือแม้กระทั่งในราชทัณฑ์ที่ให้คำแนะนำกับเรามาจนกระทั่งร่างต่างๆ ผ่านพ้นไป”

“คืนวันที่ 27 กฎหมายตัวนี้ออกมา พี่แทบจะกรี๊ด ดีใจมาก ขอบคุณมากๆ เคสต่างๆ ที่เราสู้ เคสต่างๆ ที่เราช่วย อย่างเช่น ผู้ป่วย ลูกน้องข้าราชการที่โดนผู้ใหญ่ข่มขืน หรือแม้กระทั่งพ่อข่มขืนลูก ลุงข่มขืนหลาน ซึ่งเราเจอกันเยอะมาก”

“แต่ก่อนเวลาที่พี่ฟ้องมันมีครั้งหนึ่งมีการบันทึกภาพ พี่ก็ต้องมาถามอีกว่ามันเป็น พ.ร.บ. คอมฯ ไหม มันเป็นอะไรไหม มันฟ้องกันยุ่งยากมาก แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ทีเดียวรวดเลยและโทษเพิ่มมากขึ้นด้วย ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จ ต้องขอบคุณทุกเสียงของประชาชน และขอบคุณผู้ใหญ่ที่รับฟังเสียงของประชาชนค่ะ”

“แม้ว่าอาจจะยังไม่ได้คำว่า ข่มขืนเท่ากับประหารนะคะ บุ๋มเชื่อว่าผู้ใหญ่คงพิจารณาเรื่องของกฎหมายสากลด้วย เพราะบุ๋มเองก็ได้บินไปประชุมที่ต่างประเทศมาแล้ว ดังนั้นหมายถึงว่านี่คือจุดความสำเร็จ และจุดที่อย่างน้อยทำให้กลัวมากขึ้น”

“ก็ไม่รู้ว่าจากวันนี้ไปกระบวนการยุติธรรมจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคกับสมัยมากขึ้นหรือไม่ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ ณ วันนี้หลังจากที่เราช่วยเหลือหลายเคสเกิดขึ้น ผู้หญิงที่โดนทำร้าย ผู้หญิงที่โดนข่มขืน กลับกลายเป็นว่าผู้หญิงกลุ่มนี้ต้องมานั่งต่อสู้ เพื่อเอาผิดกับคนร้ายอย่างโดดเดี่ยว หลายต่อหลายครั้งต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ต้องไปพูดคุยต่อหน้าตำรวจ หลายครั้งที่เธอเหมือนโดนข่มขืนซ้ำ ตรงนั้นคือสิ่งที่เราอยากจะถามกลับไปว่า แล้วเราจะช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านี้อย่างไร และเหยื่อเหล่านี้อย่างไร เพราะเงินเยียวยาเอง ปีหนึ่งกว่าจะได้ อย่างนี้เป็นต้นค่ะ”

เรียกว่าเป็นกำลังใจให้กับเราด้วย ?
“ก็ถือว่าเป็นกำลังใจครั้งสำคัญค่ะ ก็ขอบคุณค่ะ ต้องขอบคุณทุกกำลังใจมากกว่า ขอบคุณผู้หญิงทุกคนที่พยายามสู้ไปกับเราด้วยนะคะ พอมาถึงจุดนี้เลยทำให้เรารู้สึกว่า 6 ปีที่เราสู้มามันมีผลกับพี่มากเลยค่ะ ทำให้พี่มีพลังในการสู้ เพื่อผู้หญิงต่อไปค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *